ผ่านกาลนานมา ยังมีเศรษฐีหนุ่ม
เดินทางสุดหล้า เฝ้าหายาวิเศษ
เสาะแสวงทุกน่านน้ำทั้งหุบเขาลำเนาไพรไม่พบยาดี

จนวันหนึ่งเดินถึงแดนไกลใกล้หมดหวัง
พบหญิงงามกับเด็กน้อยในหมู่บ้านน้อยหนึ่ง
จึ่งรีบเข้าไปหา เอ่ยว่าทักทาย
แม่นางนี้มาแต่ที่ใด ดูหน้าหาใช่คนท้องถิ่น

หญิงสาวมองเขาขึ้นลง จูงเด็กหลบด้านหลังแลทักตอบ
ข้านี้เป็นทาสเขาขายมาแต่แผ่นดินเก่า บัดนี้หนีนายมาระเห่หกเหิน
นายท่านนี้เล่า เป็นเศรษฐีมาแต่ที่ใดไม่เคยพบเห็น

ข้านี้ก็มาแต่แผ่นดินเก่า ชายหนุ่มรีบว่า
ข้าเดินทางไกลหายาดี เพื่อนำกลับไปรักษาบิดาที่แผ่นดินเก่า

บิดาท่านนี้เป็นผู้ใด? หญิงสาวเอียงคอถามต่อ
ท่านเป็นเศรษฐีใหญ่ใจกว้าง บัดนี้ทรัพสมบัติท่านเพิ่มพูนเพราะข้านี้ได้สู้เสาะหา ทั้งค้าขายกระทั่งปล้นชิง
ชายหนุ่มตอบใบหน้าเศร้าหมอง
ทว่าท่านกลับล้มป่วยไม่เป็นสุข หมอเทวดาใดก็รักษามิได้

หญิงสาวมองดูชายหนุ่ม แล้วจึ่งเอื้อนเอ่ย
ลูกเศรษฐีเอย ข้านี้ก็มิมีความรู้หรือยาดีวิเศษใด
ข้าขอให้เจ้าโชคดีก็แล้วกัน

ช้าก่อน แม่นาง ชายหนุ่มรีบว่า
บางทีบิดาข้าอาจเพียงแก่ชรา ยาดีใดก็มิอาจรักษา
บางทีบิดาข้าอาจะเพียงต้องการคนปรนนิบัติในบั้นปลาย
ใยแม่นางมิมากับข้า ไปดูแลบิดาข้าให้เป็นสุขเล่า?

ข้านี้หรือ? ให้ปรนนิบัติบิดาท่าน หญิงงามสงสัย
ชายหนุ่มรีบพยักหน้า
ถูกแล้ว ข้าจะจ่ายบำเหน็จบำนาญค่าจ้างอย่างงาม
จะเลี้ยงดูเจ้าน้องน้อยคนนั้นของแม่นางด้วยหากมากับข้า

แล้วหากแม้นข้ามิอาจทำให้บิดาเจ้าเป็นสุขเล่า?
หญิงสาวถามซ้ำ
ชายหนุ่มรีบตอบ
กระนั้นบิดาข้าก็ยังมีคนดูแล คอยรับใช้ไม่ให้ท่านต้องเหนื่อยไป
ว่าอย่างไรเล่าแม่นาง มิเห็นเสียหายที่ตรงใด
อีกทั้งหากแม่นางนึกรังเกียจข้าหรือบิดาขึ้นมา
จะทิ้งไปเสียข้าก็จะมิว่ากล่าวอันใด

หญิงงามฟังชายหนุ่มแล้วก็ก้มมองบุตรชาย
เด็กน้อยใบหน้าละม้ายคล้ายชายหนุ่มไม่ว่ากระไร เพียงยืนเกาะมือมารดา
แล้วนางจึ่งตกลงรับคำ
จะไปกับเศรษฐีหนุ่มเพื่อปรนนิบัติบิดาของเขาซึ่งล้มป่วย

ว่าแล้วชายหนุ่มจึ่งออกเดินทาง พาหญิงงามกับเด็กน้อยขึ้นสำเภา
ถึงแผ่นดินเก่า กลับถึงบ้านเศรษฐีใหญ่วัยชรา
บุตรชายรีบเร่ง พาหญิงงามเข้าไปหาบิดา

พ่อข้าเอย บุตรชายท่านกลับมาแล้ว
หญิงนี้ข้าพามา จะให้ดูแลพ่อให้เป็นสุข
ชายหนุ่มรีบบอกบิดา จับมือพาหญิงสาวเข้ามาใกล้

เศรษฐีใหญ่ลืมตาขึ้นมอง พบหญิงสาวนั่งอยู่ต่อหน้า
ใบหน้าเธองาม ตาสวยคมดูคลับคล้ายว่าเคยรู้จัก
นางแย้มยิ้ม วางมือเรียวลงกุมมือเขา
อนิจจาเอย แม่นางนี้? ใยมือเจ้าจึ่งหยาบกร้านนักเล่า?

หญิงงามยังยิ้มพลางส่ายหน้า
ตัวข้านี้เป็นทาส ทำงานตรากตรำ มือเท้าจึ่งด้านหนามินุ่มนวล

อนิจจาน่าเศร้านัก แม่นางออกจะงาม
อย่าได้มัวมาเป็นทาส ใยมิแต่งงานหาสามีดีๆเสียเล่า?

หญิงงามส่ายหน้าซ้ำ
มิเห็นลูกข้าหรือ ข้ามิใช่หญิงบริสุทธิ์งดงามให้ผู้ใดมาสู่ขอ
ท่านเศรษฐีนอนเถิด ข้าจักเล่านิทานให้ฟัง
เพื่อว่าถ้าท่านนี้เป็นทุกข์ที่ใจ
จะได้ผ่อนเพลาลงบ้าง

แล้วชายชราจึ่งพยักหน้ารับ เอนหลังพิงหมอนเตรียมรับฟัง
บุตรชายดึงม้านั่งตัวน้อยมาให้หญิงงามกับเด็กน้อย
แล้วนางจึ่งนั่งลง และเริ่มเอื้อนเอ่ย เล่าเรื่องราว




ก่อนกาลนานมายังมีเศรษฐีใหญ่ใจกว้าง
เศรษฐีรวยร่ำค้ำฟ้าหาไม่มีทายาทสืบสกุล
ที่มีเพียงหนึ่งคือบุตรีงาม มิอาจสืบทอดมรดกแลนามตระกูล

ก่อนกาลนานมายังมีพ่อค้าทาสหัวใส
ร่อนเร่นะหกเหินกับทาสน้อยกลอยใจขายไม่ออก
วันหนึ่งเดินถึงแดนไกลพบเศรษฐีใหญ่หน้าเศร้า
เร่งเร้าเข้าถามไถ่ ท่านนี้เป็นอะไร?
แต่งกายออกงาม เครื่องประดับวาวแวว ใยใบหน้าเศร้าหมอง?

เศรษฐีใหญ่ใจระกำบอกพ่อค้า
ตัวเรานี้หนารวยล้นฟ้า ปรารถนาสิ่งใดก็ได้มามิเคยขาดมีแต่เหลือ
หาแต่ผู้สืบสกุลเท่านั้นซึ่งไม่มี มีแต่บุตรีซึ่งท้ายที่สุดก็ต้องยกให้บุรุษอื่นใด
ทั้งทรัพย์สมบัติ ทั้งชื่อตระกูลก็หมดสิ้นต้องตกไปสู่มือผู้อื่น

อา...ความกลัดกลุ้มท่าน ข้าเข้าใจ
พ่อค้าว่า ทำท่าเห็นใจ พลางผายมือหาทาสน้อยซึ่งตนพามา
เจ้าตัวน้อยนี่ก็เช่นกัน อยู่กับข้ามาเนิ่นนานยังขายมิได้

เศรษฐีมองเด็กน้อย เห็นดูว่าออกน่าชัง
ใยเล่า? เด็กก็ดูดี มิได้เสียหาย เหตุไรจึ่งขายมิได้
แต่ก่อนพ่อค้าจะตอบ เศรษฐีก็ว่าต่อไป
เออแน่ะ อย่ากระนั้นเลย เราจักซื้อเด็กน้อยนี้
นำมาเลี้ยงต่างบุตรชาย ให้เขาสืบชื่อสกุลรับมรดก

พ่อค้าทาสหัวเราะร่า โอ ท่านเศรษฐีใหญ่ใจป้ำยิ่งนัก
แต่หามิได้ มิได้ดอกหน้า เกรงว่าข้าจะขายเด็กน้อยนี้มิได้
ใยเล่า? เศรษฐีถามซ้ำ ราคาเท่าใดก็ว่ามา เงินทองข้ามีเหลือล้น

พ่อค้ายกมือปราม
มิได้ท่านเศรษฐี เด็กชายนี้ตีราคามิได้

ใยจึ่งตีราคามิได้? เศรษฐีใหญ่ใคร่ฉงน

พ่อค้าจึ่งว่าต่อ เด็กนี้กำเนิดมาบนชีวิตมารดาเขา
นางทาสผู้นั้นสิ้นลมหลังคลอดเด็ก ทันเพียงเรียกนามเด็กแค่หนึ่งหน
แลนามนั้นแปลได้ว่ามิอาจประเมินค่า

มิอาจประเมินค่าหรือไร? แต่ทรัพย์สินข้ามีล้นฟ้านับมิหมด ข้ายังจ่ายได้
เศรษฐีมิยอมแพ้ ต่อรองราคาซึ่งประเมินมิได้

พ่อค้าทาสถอนใจ
มิได้หนา ท่านเศรษฐี ทรัพย์สินเงินทองแม้ล้นฟ้าอย่างไร
นั่งนับเข้าที่สุดก็ได้ราคาเป็นที่แน่นอน
แต่เด็กนี้มิอาจตีราคา อาจถูกยิ่งกว่าหนึ่งเหรียญแดง
หรือแพงล้นฟ้าเท่าทองหมดแผ่นดินข้าก็มิอาจตอบ

เศรษฐีครุ่นคิด ที่สุดแล้วจึ่งว่า
เช่นนั้นแล้ว พ่อค้าเอย
นี่คือบุตรีของข้า มารดาของนางตั้งชื่อเอาไว้ แปลความได้ว่าพระเจ้าเปี่ยมเมตตา
แม้เป็นหญิงก็ชาญฉลาดแข็งแรง ทั้งใบหน้างดงามจิ้มลิ้ม
พ่อค้าเอย ข้าขอแลกเด็กชายผู้ประเมินค่ามิได้ของท่านกับธิดาหนึ่งเดียวของข้า จะว่าหรือไม่

พ่อค้านิ่งมอง ดูดรุณีน้อยหน้าสวย
รูปร่าง ใบหน้างามพิสุทธิ์สมตระกูล
แล้วจึ่งพยักหน้า แย้มยิ้มเพียงบางเบา
ย่อมได้เศรษฐีใหญ่ เพื่อเห็นแก่ความเมตตาของพระเจ้า
ข้าจักแลกเด็กชายผู้ประเมินค่ามิได้นี้ กับบุตรสาวของท่าน
ข้าจักเลี้ยงดูนางให้ดี หากโชคลาภนำพาก็คงขายได้ราคางามให้เป็นเมียแก่เศรษฐีในแดนอื่นใด
นางจะมิต้องลำบากลำบน

พ่อค้าทาสรับปากเป็นมั่นเหมาะ
แล้วเด็กทั้งสองก็ถูกเปลี่ยนมือ
บุตรีเศรษฐีกลับกลายไปเป็นทาส แต่ได้แต่งกายงดงามเพราะเสื้อผ้าทรัพย์สินที่บิดาปันให้
ทาสเด็กชายกลายเป็นบุตรเศรษฐี
มั่งมีเหลือล้น ความจนถูกลืม ได้สืบทอดสกุล รับมรดกตามประสงค์เศรษฐี

จนเวลาพ้นผ่าน เหลือเพียงเรื่องลือ
ถึงเศรษฐีซึ่งแลกบุตรีงาม กับลูกชายจากพ่อค้าทาส
ซื้อสิ่งอันประเมินค่ามิได้ ด้วยความปรานีของพระเป็นเจ้า


หญิงงามหยุดเล่า
บุตรชายยังนั่งนิ่งฟัง
เศรษฐีใหญ่ใจกังวล แต่แข็งใจถามหญิงสาว
แล้วอย่างไรเล่า? เรื่องลือนี้เล่ากันไปทั่ว ผู้ใดใครก็รู้

นั่นซี เศรษฐี หญิงสาวว่า แล้วจึงเอียงคอ แย้มยิ้ม
เช่นนั้นแล้วข้าจักเล่าเรื่องราวต่อ

เด็กหญิงนั้นเมื่อไปอยู่กับพ่อค้าทาส พ่อค้าหัวใสนัก
แทนที่จะขายเด็กหญิงต่อไปก็กลับเอานางเป็นเมีย
เมื่อมีลูกก็เอาลูกนั้นไปขาย ได้เงินทองมามากมาย
ไมใยดีเด็กหญิงที่ร้องไห้เพราะต้องพรากจากลูกของตน

พ่อค้าทาสกระทำเยี่ยงนั้นต่อไปหลายปี
ขายลูกที่เกิดจากเด็กหญิงผู้นั้นไปหลายคน
จนในที่สุดลูกสาวเศรษฐีก็หมดความอดทน
ครานั้นนางยังมีลูกชายอีกคนหนึ่ง และได้ตั้งมั่นจะมิให้ต้องถูกพรากไปอีก
ดังนั้นแล้วเมื่อพ่อค้าทาสจะนำลูกนั้นไปขาย นางจึ่งลงมือฆ่าพ่อค้าทาส
แล้วพาบุตรชายของตนหนีไป

ใจนางนึกเคืองแค้นเศรษฐีเป็นอย่างยิ่ง
ในเมื่อมารดาที่จากไปสู้ฝากฝัง
ให้บุตรสาวคอยย้ำเตือนถึงความเมตตาของพระเป็นเจ้า
เขากลับขายเธอให้มาเผชิญกับความโหดร้ายของผู้คน


เศรษฐีใหญ่วัยชราตาเบิกอ้าค้างไม่เชื่อตน
มือเหี่ยวย่นสั่นเทาอยู่ในมือด้านของหญิงงาม

เจ้ารู้อย่างไรว่ามารดาที่สิ้นไปแล้วของเด็กหญิงนั้นตั้งนามให้นางเพื่อเหตุผลใด รู้อย่างไรถึงชีวิตน่าสังเวชของเด็กหญิงนั้น
เศรษฐีใหญ่รีบถาม เสียงสั่นแตกเครือ
แต่หญิงงามยังยิ้ม

ใยเล่า? บิดา?
ข้านี่อย่างไร บุตรีที่ท่านขายแลกให้พ่อค้าทาส

เศรษฐีใหญ่หัวใจแทบวาย ดันตัวจะลุกกลับถูกนางผลักลงนอน
เบาใจหรือยังบิดา? นางเอ่ยกระซิบซาบ
ข้านี่อย่างไร ความเมตตาของพระเป็นเจ้าซึ่งท่านเอาไปแลกกับเด็กชายซึ่งประเมินค่ามิได้
นางว่าแล้วเงยหน้าขึ้นมอง
บุตรชายเศรษฐีนั่งมองอยู่กับบุตรชายของนาง
ใบหน้าทั้งสองยังมิวายดูละม้าย คล้ายกันเอง

ธิดาข้า...ข้านี้เสียใจนัก...
เศรษฐีเริ่มว่า แต่หญิงงามมิคิดฟัง
ท่านนี้หรือเสียใจ? อย่าได้ว่าให้ข้าต้องหัวร่อ
ท่านได้บุตรชายสมความคาดหมาย เก่งกล้าสามารถ
เพิ่มพูนทรัพย์สมบัติทั้งสืบตระกูล
ทิ้งข้านี้ให้เป็นเมียพ่อค้าทาส
ให้หลานท่านกี่คนถูกขายเป็นทาสเขา
นางว่าใส่เศรษฐี มือหนึ่งดึงมีดที่ซ่อนไว้ออกมา ยกขึ้นหมายชีวิตบิดา

เศรษฐีใหญ่มือไม้สั่นเทา แต่กลับรวบรวมความกล้า เอ่ยตอบบุตรี

ธิดาของข้า หากจะฆ่าแกงเพื่อลงทัณฑ์ตัวข้านี้ก็มิได้ว่า
หากข้าอยากถามเพียงสักคำเดียว
คือบุตรชายตัวน้อยของเจ้านั้น มีนามอันแปลความได้ว่ากระไร?

นามเขาหมายถึงแสงสว่าง...
หญิงสาวยังสับสนแต่เอ่ยตอบแผ่วเบา
เขาเป็นแสง..แสงส่องใจข้า...

นางตอบแล้วทรุดร่างลง สองขาหมดเรี่ยวแรง
สองมือกอดบุตรชายที่รี่เข้ามาหา ทิ้งมีดแหลมใบยาวลงข้างตัว

ลูกเอย ครอบครัวที่เหลือของแม่นี้มีเหลือแค่ลูกแล้วหนา
หญิงงามร้องไห้ บิดาจึ่งดันตัวลุกจากเตียง ทรุดกายลงข้างบุตรี

ลูกของพ่อ ครอบครัวของเจ้ายังมีพ่อ
ที่ได้กระทำผิดไปพ่อขอให้เจ้าอภัย

หญิงสาวฟังความ น้ำตายิ่งไหลหลั่ง
นางคลายมือจากบุตรชาย ยกแขนโอบกอดบิดา

ธิดาข้า...
เศรษฐีเริ่มเอ่ยพลางยกมือโอบร่างบุตรี ทั้งปิติยินดียิ่ง

แต่แล้วร่างชรากลับทรุดลง
เลือดแดงไหลทะลัก
ชายหนุ่มดึงมีดที่เสือกแทงเข้าที่สีข้างของชายชราออกมา

เศรษฐีเงยหน้าซีดเผือดมองบุตรชายทาส
หญิงสาวประคองร่างบิดา เบิกตามองชายหนุ่ม

ทีนี้ก็ถือว่าพี่สาวกับข้าหายกันแล้ว
เขาว่า พลางเช็ดมีดเล่มงามกับผ้าห่ม

เจ้ากระทำอันใด! หญิงสาวกรีดร้อง
ชายหนุ่มตอบ ดูมิได้ใยดีใยร้ายอันใดกับเศรษฐีใหญ่ใกล้ตาย
พี่สาวได้ลงมือฆาตกรรมบิดาแท้ๆของข้า
ข้าจึ่งแก้แค้นแทนบิดาด้วยการสังหารบิดาของพี่สาว แต่มิได้ดอก
บิดาเศรษฐีนี้ทำให้พี่สาวต้องทนทุกข์ ข้าจึ่งฆ่ามันเสียเพื่อพี่สาวต่างหาก

เพื่อข้าอย่างไรกัน! แล้วผู้ใดเป็นพี่สาวของเจ้า? นางถามทั้งน้ำตา สองมือกอดบิดาตนไว้แน่น

เจ้าเป็นบุตรีของเศรษฐีมาก่อนข้า ก็ย่อมเป็นพี่สาวของข้า มิถูกหรือ?
พี่สาวมิเป็นสุขหรอกหรือเมื่อได้สังหารบิดาข้าที่ทำให้ท่านทุกข์?
ข้าก็สังหารบิดาเศรษฐีด้วยเหตุเดียวกัน
ใยพี่สาวจึ่งไม่เป็นสุข? บุตรชายพ่อค้าทาสถามนาง

ข้าจะเป็นสุขได้อย่างไรเมื่อบิดาข้าจะสิ้นลม? นางย้อนถาม
แล้วเหตุอันใดเจ้าต้องใยดีความสุขของข้า?

เพราะข้าหลงรักพี่สาว ชายหนุ่มตอบ
แม้ว่าที่แท้แล้วพี่สาวต้องเป็นแม่เลี้ยงของข้าก็ตามที

แม่เลี้ยงหรือ? ใยข้าจึ่งเป็นแม่เลี้ยงของเจ้า?
หญิงงามฟังความก็ฉงน
ชายหนุ่มจึ่งนั่งลงบนม้านั่ง เริ่มเอ่ยท้าวเล่าความ

ตัวข้านี้มิใช่ทาสที่เขาเอาไว้ขาย
หากเป็นบุตรชายพ่อค้าทาส

มารดาข้าสิ้นหลังคลอด ทันเพียงเอ่ยนามข้า
ทว่าข้ามิอาจทำประโยชน์ให้พ่อค้าทาส
แม้นรับใช้พ่ออย่างไรก็ไม่อาจเพิ่มพูนทรัพย์สินหรือสร้างความสุขใดให้บิดาได้
กระทั่งบิดาเศรษฐีของข้านี้ตัดสินใจแลกตัวข้ากับพี่สาว
ทว่าข้าไม่อาจทำให้บิดาเศรษฐีของข้าเป็นสุขได้อีกเช่นกัน เพราะตัวข้าไร้ค่าถึงเพียงนั้น
จะเปรียบได้อันใดกับพี่สาวซึ่งเป็นดั่งความปรานีของพระเป็นเจ้า

เศรษฐีใหญ่ใจกลัดกลุ้ม น้ำตาเอ่อคลอทำท่าจะหยาดไหล
แม้นใกล้สิ้นแรงยังยกมือเอื้อมหาบุตรชายทาส

บิดาเอย อย่าใช้แรงซี ข้าจักรีบปฐมพยาบาลแลพาท่านหาโรงหมอ
บุตรีเศรษฐีรีบกล่าว พลางกดมือปิดแผลให้บิดา

บุตรชายข้า... เศรษฐีว่าทั้งสำลักโลหิต
ข้ามิได้ไม่เป็นสุขเพราะเจ้านี้ไม่มีดี

แล้วเหตุไรอันใดเล่า? บิดาเอ๋ย?
ตัวข้านี้เพียรเรียนร่ำศึกษา ออกเดินทางไกลแสนไกลเสาะหาทรัพย์สมบัติมาเพิ่มพูน
ข้าเคยกระทั่งปล้นชิงเขาเพียงเพื่อนำสมบัติล้ำค่ามาให้ท่านเชยชม
ทว่าบิดาเศรษฐีของข้าก็ยังไร้สุขอยู่นั่นเอง
กระทั่งที่ข้าได้แต่งงานกับบุตรสาวจากตระกูลใหญ่จากต่างเมือง
มีหลานชายให้ท่านถึงสองคน
บิดาของข้ากลับยังไร้สุข หากมิใช่เพราะตัวข้าไม่มีดี
จะเป็นเพราะเหตุอันใดอีก

บุตรชายทาสว่าความ เสียงดังขึ้นแข็งขืนจนแตกเครือ
บิดาเศรษฐีเบิกตามองอยู่ครู่ใหญ่ก็เอื้อมมือหาชายหนุ่มทั้งสิ้นแรง
หญิงสาวช่วยประคองบิดาขึ้น กระทั่งมืออ่อนแรงของชายชราสัมผัสใบหน้าชายหนุ่มได้

ลูกเอย
พ่อเพียงคิดถึงลูกสาวของพ่อ มิได้ไม่มีสุขในสิ่งที่ลูกทำ

บุตรชายทาสมองเศรษฐีใหญ่วัยชรา
หญิงสาวมองบิดาของตน

พ่อได้สิ่งที่ต้องการ แล้วใยต้องเป็นทุกข์อีกเล่า?
หญิงงามถามความ ชายหนุ่มนิ่งฟัง

ชายชรายังสำลักเลือด แต่ฝืนพูดในที่สุด
เพราะข้านี้โง่งม
สิ่งที่ต้องการนั้นเทียบมิได้กับสิ่งอันเป็นที่รักซึ่งมีอยู่ข้างกาย

พวกเจ้าอย่าได้โง่งม...เหมือนเช่นข้า

ชายชราสิ้นลมในอ้อมแขนธิดาคนงาม

มรดกนั้น บุตรเศรษฐีกับบุตรชายทาสแบ่งกันไป

แซ่สกุลสืบทอดสู่หลานชายทั้งสองฝ่าย

หญิงสาวมิได้หาสามีใหม่ เพียงดำรงชีพอยู่กับบุตรชาย
ผู้ที่ได้ยินเรื่องราว ทราบว่าทาสที่ตนซื้อมาเป็นลูกของนางก็มาหา
แม้มิได้นำเด็กมาคืน ก็มาเอ่ยขอบคุณ
ต่อนางซึ่งย้ำเตือนให้ได้จำ ว่าพระเป็นเจ้านั้นเปี่ยมเมตตา

ชายหนุ่มอยู่กับหญิงสาวต่างเมืองได้ไม่นานกลับหย่าร้าง
ได้มาเลี้ยงเพียงหนึ่งในบุตรของตน
และยังคงเฝ้าตามหา ผู้ที่เขาสามารถมอบความสุขให้ได้
เพื่อที่สักวันเขาจะเข้าใจ

คุณค่าของตนเองซึ่งไม่อาจประเมินได้
 
 
Alternate Universe
แฟนฟิกเฮตาเลีย
สเปญ โปรตุเกส โรม คาเธจ

edit @ 12 Apr 2011 10:06:17 by จันทร์ฉาย